ผู้เช่าดี = passive income จริงๆ / ผู้เช่าแย่ = ปวดหัวเป็นเดือนๆ ไล่ออกก็ยาก ตามหาก็ไม่พบ ต้องคัดให้ดีตั้งแต่ต้น
ขั้นตอน 1: โฆษณาให้ถูกกลุ่ม
ใส่ข้อความกรองเบื้องต้น "ต้องการผู้เช่าทำงาน/นักศึกษา มีสลิป/ผู้ปกครองรับรอง" — กรองคนไม่พร้อมออกตั้งแต่ต้น
ขั้นตอน 2: สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
- อาชีพ บริษัทอะไร
- ทำไมย้ายมาอยู่ย่านนี้
- เช่าคนเดียวหรือกับใคร
- พร้อมเข้าอยู่เมื่อไหร่
ฟังน้ำเสียง — คนโกหกมักตอบไม่ต่อเนื่อง
ขั้นตอน 3: เอกสารที่ต้องขอ
- สำเนาบัตรประชาชน
- สลิปเงินเดือน 3 เดือน (รายได้ต้องเป็น 3 เท่าของค่าเช่า)
- หนังสือรับรองเงินเดือน
- Statement บัญชี 3 เดือน
- กรณีนักศึกษา: บัตร นศ. + ข้อมูลผู้ปกครอง
ขั้นตอน 4: Google + Social Check
ค้นหาชื่อใน Google + Facebook — คนถูกโพสต์ blacklist มักมีประวัติ ดูโพสต์ล่าสุด 3 เดือน หาสัญญาณเตือน
ขั้นตอน 5: นัดดูห้อง
ดูวิธีแต่งตัว รถที่ขับมา ลักษณะการพูด — ไม่ใช่ judge แต่เป็นข้อมูลประกอบ
- มาตรงเวลาไหม
- ถามคำถามเหมาะสมไหม
- มีคู่/ครอบครัวมาด้วยหรือเปล่า
ขั้นตอน 6: อ้างอิงจากที่เดิม
ขอเบอร์เจ้าของห้องเดิม โทรถามว่า:
1) จ่ายตรงเวลาไหม
2) ดูแลห้องดีไหม
3) อยู่เงียบๆ หรือเปล่า
4) ถ้ามีโอกาสให้เช่าอีกไหม
ขั้นตอน 7: เซ็นสัญญา + เก็บเงิน
- สัญญาลายลักษณ์อักษร 2 ชุด
- เก็บ 3 เดือน (เช่า 1 + ประกัน 2)
- โอนเข้าบัญชี ไม่รับเงินสด
- ถ่ายรูปห้องทุกมุมวันเข้าอยู่
Red Flag ที่ต้องระวัง
- รีบมาก อยากเข้าอยู่วันพรุ่งนี้
- ไม่ยอมให้เอกสาร
- ขอต่อรองเก็บเงินประกัน 1 เดือนแทน 2
- จ่ายสด ไม่ชอบโอน
- มีการเปลี่ยนที่อยู่ถี่ในปีที่ผ่านมา
เมื่อเจอคนดี
รักษาไว้ให้ดี — ลดค่าเช่า 200 บาท/เดือน ปีที่ 2 คุ้มกว่าหาคนใหม่ 20 เท่า
สรุป
คัดเข้ายาก ขับออกง่ายกว่า อ่าน สัญญาเช่า template และ กลยุทธ์ตั้งราคา ประกอบ
Keywords
บทความที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น — เป็นคนแรกได้เลย