DSCR (Debt Service Coverage Ratio) คือตัวชี้วัดที่แบงก์ใช้ประเมินว่ารายได้จากการปล่อยเช่าคอนโดของคุณสามารถชำระหนี้งวดได้มั่นคงแค่ไหน ปี 2026 แบงก์ส่วนใหญ่ต้องการ DSCR ≥1.25 ถึงจะอนุมัติสินเชื่อคอนโดลงทุนหลังที่ 2-3
ถ้าคุณคิดซื้อคอนโดปล่อยเช่าหลายห้อง บทความนี้จะสอนวิธีคำนวณและเพิ่ม DSCR ให้ผ่านเกณฑ์
DSCR คำนวณอย่างไร
DSCR = รายได้ค่าเช่าสุทธิต่อปี / ภาระหนี้ต่อปี
ตัวอย่าง: ค่าเช่า 9,000 บาท/เดือน × 12 × 0.85 (occupancy) = 91,800 บาท/ปี หักค่าส่วนกลาง ประกัน ภาษี 18,000 = รายได้สุทธิ 73,800
ผ่อน 6,800 × 12 = 81,600 บาท DSCR = 73,800 / 81,600 = 0.90 (ต่ำเกินไป)
ระดับ DSCR ที่แบงก์ยอมรับ
- DSCR ≥1.50 - กู้ผ่านง่าย ดอกเบี้ยต่ำ
- DSCR 1.25-1.49 - ผ่าน มีโอกาสต่อรอง
- DSCR 1.00-1.24 - ต้องเพิ่มรายได้หรือลดภาระ
- DSCR <1.00 - ยากจะผ่าน
3 วิธีเพิ่ม DSCR
- 1. เพิ่มเงินดาวน์ให้ยอดกู้ลด
- 2. เลือกคอนโดที่ yield สูงกว่า 6.5%
- 3. ขยายระยะเวลาผ่อนเป็น 30 ปี
Worked example เพิ่ม DSCR
ดาวน์ 30% แทน 20% ยอดกู้ 1.05 ล้าน แทน 1.2 ล้าน ผ่อน 5,960 /เดือน DSCR ขยับเป็น 1.03 ดาวน์ 40% DSCR 1.18 ดู LTV หลังที่ 2
DSCR vs DSR ต่างกันอย่างไร
DSR = ภาระหนี้รวมต่อรายได้ส่วนตัว (สำหรับผู้บริโภค) DSCR = ภาระหนี้เฉพาะทรัพย์สิน/รายได้ค่าเช่า (สำหรับการลงทุน) แบงก์ใช้ทั้งสองพร้อมกัน ดู คู่มือสินเชื่อคอนโด
ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับ DSCR
ถ้า occupancy ตก หรือดอกเบี้ยขึ้น DSCR จะลดลงทันที แบงก์อาจเรียกคืนหนี้ ควรมีเงินสำรอง 6 เดือน ดู yield
คำถามที่พบบ่อย
Q1: DSCR คำนวณโดยใช้ค่าเช่า gross หรือ net?
แบงก์ใช้ net หักค่าใช้จ่ายจริง
Q2: DSCR ต่ำกว่า 1 ยังกู้ได้ไหม?
ได้ถ้ารายได้ส่วนตัว (DSR) ดี และดาวน์สูง
Q3: แบงก์ไหนใช้ DSCR เข้มงวดสุด?
KBank และ SCB เข้มงวดสุดในปี 2026
Q4: ปี 2026 DSCR จะเข้มขึ้นอีกไหม?
มีแนวโน้มเข้มขึ้นจาก 1.25 เป็น 1.35 ตามนโยบาย BOT
Keywords
บทความที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น — เป็นคนแรกได้เลย